เที่ยวละไมในชินมันโตทุ่งชาเขียวงาม น้ำใส ปลาไหลอร่อย

เที่ยวละไมในชินมันโตทุ่งชาเขียวงาม น้ำใส ปลาไหลอร่อย

โคจิ (Kochi) เป็นหนึ่งใน 4 จังหวัดที่อยู่ในชิโกกุ (Shikoku) ซึ่งนับว่าเป็นภูมิภาคที่เราอาจจะไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่ แต่ความลึกลับของแต่ละที่ในภูมิภาคนี้มีมากมายนัก ซึ่งวันนี้จะขอพาไปที่จังหวัดโคจิ และเมืองชิมันโต (Shimanto 四万十) กันก่อนเลยค่ะ

ก่อนจะเข้าไปเมืองชิมันโต เราขอแนะนำของดีของจังหวัดโคจินั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสตอเบอร์รี่ ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็นสตอเบอร์รี่อร่อยอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นจนต้องมีคาเฟ่ที่มึทุกเมนูเป็นสตอเบอร์รี่กันเลยทีเดียว

นมสดของที่นี่ก็อร่อยมากๆ แถมยังมีกล่องเล็กกระปุ๊กลุกขายให้เราได้ซื้อกลับไปทานในราคาย่อมเยา แปดสิบเยน ขนมมิเระ บิสกิตที่กินทีไรคิดถึงขนมในวัยเด็กทุกที จังหวัดนี้เป็นบ้านเกิดของท่านเรียวมะ ซาคาโมโตะ ซามุไรที่มีชื่อเสียงในยุคเดอะลาสซามุไรค่ะ  เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะพบกับท่านเรียวมะเต็มไปหมดเลยทั้งจังหวัด รวมถึงกาแฟลาเต้ก็ยังมีหน้าท่านเรียวมะมาให้เราเห็นกันด้วยค่ะ

ในส่วนของอัมปังแมนนั้นก็เป็นบ้านเกิดของนักเขียนนะคะ

และของดีประจำจังหวัด ประจำเมืองที่หาทานที่อื่นไม่ได้เลยจริงๆ นั่นก็คือปลาไหลที่อร่อยทั้งน้ำซอส และอร่อยทั้งตัวปลาไหลที่มาจากเมืองน้ำใส ชิมันโตนั่นเอง อันนี้ขอบอกว่าคนที่ไม่ชอบทานปลาไหล ถ้าได้ลองอาจจะเปลี่ยนใจได้จริงๆ แถมที่นี่ยังมีทะเลสวยๆ ที่ีมีหลายจุดให้เช็คอินได้ไม่ซ้ำใคร

ถ้านับข้อดีได้ขนาดนี้แล้ว เราไปรู้จักจังหวัดโคจิ โดยเริ่มจากเมืองชิมันโตกันเถอะค่ะ วันนี้พาเพลินเดินทางจากโตเกียวลงที่สนามบินโคจิ เรียวมะ

ชิมันโตมีที่พักมากมายหลากหลาย แต่เราเลือกพักที่

เพราะว่าที่นี่เค้ามีรถตุ๊กๆ ที่เราสามารถเช่าชับเที่ยวได้ด้วยนะคะ ซึ่งที่นี่มีวิวไร่ชาสวยๆ แม่น้ำ และสะพาน….. ให้เราได้รูปที่ถ่ายที่ไหนไม่เหมือนจริงๆ ค่ะ และอีกวันนึงเราเลือกไปพักแบบมุมทะเลสวยๆ ที่ชาชมที่อื่นได้ยากจริงๆ

เมื่อเดินทางถึงจังหวัดโคจิ พวกเราสามารถเดินทางง่ายๆ ด้วยการเช่ารถ และขับรถเอง เนื่องจากรถใช้พวงมาลัยทางเดียวกับบ้านเรา อีกทั้งถนนที่จังหวัดนี้จะขับยากแค่ตรงขึ้นเขา ซึ่งคนชอบชับรถอาจจะท้าทายมากๆ ค่ะ

ลงจากสนามบินได้เราก็ไปกันที่ตลาดเลยค่ะ ที่นี่คือตลาดเก่าแก่  Kure Taishomachi/ Kaze Kobo ซึ่งที่นี่มีมากว่า 200 ปีแล้วค่ะ

ซึ่งใครจะเดินทางมาก็แนะนำให้เช็ควัน เวลาเปิดปิดตลาดกันก่อนนะคะ เค้าขายทั้งอาหารทะเลสดๆ ส่งตรงจากชาวประมง และผลไม้ค่ะ

แต่ไม่ไกลจากตลาดก็มีมิจิโนะเอคิ เป็นจุดพักรถที่มีของขายมากมาย แอดเลือกที่จะเข้าไปลองทานขนมปัง ครัวซองต์ จากร้านนี้ เนื่องจากว่าวันนี้มีภาระกินเยอะมากๆ จึงทำให้เราต้องเลือกเมนูที่ตัดสินใจได้ว่าถ้าในร้านเมนูนี้อร่อย ของอย่างอื่นในร้านก็คงอร่อยไปด้วยแน่ๆ

และก็ไม่ผิดหวังเลย ชั้นเลเยอร์ของครัวซองร้านนี้ดีมากๆ ถ้าใครติดทานขนมปังตอนเช้า แนะนำว่าติดไปทานวันถัดไปก็ได้สักชิ้นนึงนะคะ ทานกับกาแฟเช้าๆ

ภารกิจที่จะต้องทำในวันนี้คือการไปทานเมนูสารพัดสตอเบอร์รี่ที่ร้าน………. ที่นี่เป็นร้านที่อยู่ใกล้ๆ กับขนมปังเลยค่ะ และอีกอย่างนึงที่คิดว่าจุดขายที่มีสารพัดสตเบอร์รี่แล้ว ยังเห็นวิวอ่าวเล็กๆ ได้อย่างสวยงาม และภูเขาข้างๆ ร้านเนี่ยแหล่ะที่เราจะไปทานปลาคัตซึโอะเผาไฟด้วยการเผาด้วยตัวเองเลยค่ะ

เมนูสตอเบอร์รี่มาแล้ว สั่งมาเยอะเลยทีเดียววันนี้

จะกินหมดหรือไม่ สายหวานงานนี้เตรียมตัวออกกำลังกายตอนเย็นไว้เลยค่ะ เพราะน่ากินทุกๆ อย่างเลยจริงๆ

เอาหล่ะ เราจะพามาร้านย่างปลาคะซึโอะเผาไฟ (Katsuo no Tataki) ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือหนังปลา และส่วนนอกจะถูกย่างเกรียม แต่ด้านในเป็นปลาดิบ ซึ่งไม่มีกลิ่นคาว

บรรยากาศดีสุดๆ ไปเลยค่ะทุกคน เรามีโอกาสได้ย่างเองด้วย สนุกสุดๆ ถ้าใครไม่อยากย่างเอง จะสั่งเมนูเล็กๆ มานั่งชมวิวแบบนี้ก็ได้เช่นกันนะคะ

เมื่อท้องอิ่มแล้วเราจะเดินทางไปยังชิมันโตกันแล้วค่ะ ซึ่งที่นี่มีจุดเด่นหลากหลายจริงๆ ไม่ว่าจะ ทุ่งชาเขียวงาม น้ำใส ปลาไหลอร่อย เมืองชิมันโตกันค่ะ

มาถึงที่ชิมันโตแล้ว ก็รีบเร่งนำกระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรม พนักงานบอกว่าวันนี้แอดมากันเองมีแต่สาวยๆ เลยแถมคนขับรถตุ๊กๆ ให้ ซึ่งจริงๆ แล้วเราต้องขับเองนะคะ เค้าบอกขับไม่ยาก ซึ่งวันนี้ทางโรงแรมบริการเป็นพิเศษให้ เราจะขับกันสักสองชั่วโมงเพื่อไปเที่ยวชาเขียวและชมสะพานกันค่ะ รีบเก็บกระเป๋าใส่ในห้องแล้วออกเดินทางกันเลยค่ะ

จากโรงแรมใช้เวลาขับรถตุ๊กๆ ประมาณ 20 นาทีจากโรงแรมก็จะเจอไร่ชาเขียวสวยๆ แบบนี้เลยไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าที่นี่จะมีทุ่งชาแบบนี้ด้วย และเค้าพาไปดูลำธารที่มาของน้ำที่เราทานในโรงแรมนะคะ เป็นน้ำจากธรรมชาติของโคจิเลยค่ะ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ประทับใจไม่แพ้ไร่ชานั่นก็คือความใสของน้ำ นั่นก็คือน้ำของเมืองนี้เค้าบอกว่าสะอาดที่สุดในญี่ปุ่นเลยค่ะ แหมถ้าขี้เกียจแล้วปล่อยผ่านอันนี้คงเสียดายแย่เลยค่ะ ในส่วนค่าเช่านั้นก็ไม่แพงเลยค่ะ ราคาไม่เกิน 8,000 เยน ขับได้หลายชั่วโมงอีกด้วย แต่ควรตกลงกับทางโรงแรมก่อนนะคะ เพราะอาจจะต้องมีสอบถามเรื่องใบขับขี่ เอาหล่ะ วันนี้จะนั่งตุ๊กๆ ไทยให้คนญี่ปุ่นขับพาเที่ยว

และเราก็มาชมสะพานต้นน้ำของเมืองนี้กัน เป็นยังไงคะ น้ำใสมั๊ย และแนะนำว่าใครมาถ่ายรูปที่สะพานนี้ ควรจะใส่กระโปรงยาวๆ กรุยกรายมาถ่ายรูปจะสวยกว่ามาแมนๆ แบบนี้แน่นอนค่ะ

สะพานของเมืองชิมันโตชื่อเรียกว่า chinkabashi หรือสะพานจมน้ำได้นั่นเอง นี่เป็นสุดยอดไอเดียเก๋ที่คนญี่ปุ่นคิดค้นมาเพื่อเวลาน้ำท่วม

ที่นี่มีสะพานที่ไม่มีราวจับเพื่อให้น้ำไม่พัดไปในช่วงน้ำท่วม เป็นสะพานที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำ ที่ทั้งคน ทั้งรถสามารถข้ามผ่านไป แบบไม่มีอะไรกั้น 

สาเหตุที่สร้างสะพานนี้ขึ้นมานั้นเกิดจากที่เมือง Shimanto จังหวัดโคจิ ในบางฤดูที่มีน้ำหลากเข้ามาในแม่น้ำสายนี้ในอดีตได้มีการสร้างสะพานปกติที่มีราวกั้นแล้วก็ทำให้เรือถูกกั้น กีดขวางการเดินเรือด้วยสะพาน เรือจึงไปต่อไม่ได้  ซึ่งที่เมืองนี้มีสะพานที่ใช้ข้ามแบบนี้ถึง 47 แห่ง หากมีน้ำขึ้นเรือจะไม่สามารถผ่านไปได้อีกหลายจุดเลย จึงคิดค้นการทำสะพานจมน้ำ (chinkabashi) ขึ้นมาและเปลี่ยนมาใช้ทั้งหมด 47 แห่ง ซึ่ง ณ จุดๆ นี้เรายืนอยู่ที่สะพานหมายเลข 1 เลยค่ะ น้ำจึงใสได้ขนาดนี้

ชมวิวเค้าแล้วสวยมากๆ ค่ะ รู้สึกอากาศสดชื่นมากๆ
น้ำอันนี้คือน้ำของเมืองที่คนแถวนี้ทานกันจากลำธารนี้กันจริงๆ นะคะ ค่อนข้างอร่อยกว่ามาจากขวดอีก ขวดว่าอร่อยแล้วนะคะ
ไร่ชาสวยมากๆ ค่ะ
โชเฟอร์ของเราเตือนว่าให้ระวังหมวกปลิว แต่เค้าก็ใส่หมวก แล้วซิ่งด้วย แปลกใจทำไมไม่ปลิวเลย

จริงๆ เค้าบอกว่าที่นี่ในฤดูร้อนจะมีหิ่งห้อยมาจำนวนไม่น้อยเลยนะคะตามลำธาร แต่แอดรอไม่ไหว คือมันต้องมืดมากๆ จริงๆ เพราะหน้าร้อนมืดช้าเลยต้องขอตัวกลับไปอาบน้ำที่ห้องก่อน เรามีโปรแกรมนั่งเรือในวันพรุ่งนี้ค่ะเลยรรีบกลับมาพักผ่อนดีกว่า

โรงแรมน่ารักมั๊ยอาหารก็ดีงาม เยอะจนทานไม่หมดจริงๆ ค่ะ

ส่วนใหญ่เป็นพวกเต้าหู้ ผัก และอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารเช้าก็ไม่แพ้กัน กับบรรยากาศสวยๆ ของลำธารห้องพัก และห้องอาหาร

เช้านี้ประทับใจห้องสมุดนี้มาก เป็นห้องสมุดที่มาเพื่อจะถ่ายรูปค่ะทุกคน หลายๆ คนไม่ได้มาเพื่อมีจุดประสงค์อ่านหนังสือ แต่เจ้าของคอนเซปบอกว่าเน้นให้ทุกคนมาเพื่อให้รักการอ่านจะถ่ายรูปเล่นก็มาเหอะ จะเสียงดังนิดหน่อยก็ได้ แต่ขอให้มาที่นี่ก็จะชอบหนังสือไปเอง ดีเนอะ แถมการดีไซน์เค้าล้ำมากๆ สวยมากๆ ค่ะ

เราจะไปนั่งเรือชมน้ำใสแบบกระจกเพราะที่นี่คือแม่น้ำที่สะอาดที่สุดในญี่ปุ่นที่ยังคงเหลืออยู่ ซึ่งการล่องเรือยาคาตะบุนะในแม่น้ำชิมันโต ทำให้เราได้เห็นความใสของแม่น้ำจริงๆ อย่างน่าตกใจมากๆ นี่มันสวิสเซอร์แลนด์แห่งภูมิภาคชิโกกุชัดๆ การล่องเรือจะผ่านสะพานจมน้ำได้ที่ 46 และ 47 สะพานสุดท้ายด้วยค่ะ

จุดขึ้นเรือท่องเที่ยวของที่นี่จะเป็นที่ Yakatabune Shimanto no ao สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ >> https://www.shimanto-ao.com/
ค่าโดยสารสำหรับผู้ใหญ่ 2,000 เยน เด็ก 1,000 เยน โดยเรือจะวิ่งวันละ 4 เที่ยว
เราจะออกชมสะพานหมายเลข 46 และสะพานเส้นสุดท้าย หมายเลข 47 ซึ่งเป็นสะพานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแม่น้ำชิมันโต

ระหว่างทาง เราจะพบกับคนที่พายเรือแคนู คนตกปลา

ปิดท้ายด้วยสะพานเส้นสุดท้าย ปลายน้ำของแม่น้ำชิมันโต ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระทึกกันหน่อยค่ะ รูปนั่งห้อยขา เป็นรูปที่หลายคนชอบมาถ่ายลง IG

สะพานเส้นสุดท้ายนี่รถเล็กใหญ่ รถบรรทุกก็วิ่งกันอย่างสบายๆ เลยค่ะ และเค้าก็มีชื่อว่า Sada Chikabashi ซึ่งเป็นสะพานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสะพานทั้งหมด และเป็นสะพานปลายน้ำ ถือเป็นสะพานสุดท้ายของสายน้ำเส้นนี้ 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทุกๆ ปีก็คือในยามกลางคืนมักจะมีคนเมาบ้าง คนที่มองไม่เห็นทางบางคนพลัดตกลงไป

การเดินทางมายังสะพาน : โดยสารรถไฟสาย JR Dosan จากสถานี Kochi  และลงที่สถานี สถานี Nakamura ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นโดยสารแท็กซี่มายังสะพานโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ก่อนจากเมืองชิมันโตไป เราจะพาไปทานอาหารกลางวันสุดวิเศษของเมืองนี้ก็คือปลาไหลนั่นเองค่ะ

ปลาไหลที่กิลล์ได้กรอบ หอมต้องร้านนี้เลยนะคะ ชิมันโตยะ (四万十屋)
ด้วยความที่มีซอสเอกลักษณ์ของตัวเอง หวานเค็ม และการย่างเก่งของเค้า เราจึงรู้สึกว่าต้องมาทานที่นี่แหล่ะถึงจะอร่อยจริงๆ แบบต้นตำหรับเค้า และชุดเทมปุระรวมที่นี่อลังการณ์งานสร้างมากๆ ค่ะ

วิวของร้านดีงามมากๆ
คืนที่สองเราพักที่ TheMana Village ในเมือง Tosashimizu กันสักคืนนะคะ ก่อนที่จะเข้าไปยังตัวเมืองโคจิ
คลิกดูรายละเอียดโรงแรมเพิ่มเติมได้ที่นี่  https://azzurrissimo.jp/

ที่นี่มีอาหารอิตาลี และวิวให้เราชมความสวยของทะเลแบบพาโนรามา

นับเป็นห้องอาหารที่ชอบที่สุดในรอบปีก็ว่าได้ค่ะ ที่นี่
เอาหล่ะ วันนี้เรามีกิจกรรมดินเนอร์ และแช่ออนเซนที่โรงแรมของเราในคืนนี้ด้วย เป็นอีกคืนที่สวยงามทั้งห้องพัก และบรรยากาศหลักล้านรอบๆ ค่ะ อาหารอิตาลีที่นี่อร่อยไม่แพ้อิตาลีเลย เพราะเชพนี่เป็นอิตาลีถึงสองคนเลย หน้าตาของอาหารก็จะประมาณนี้ค่ะ
ห้องโมเดิร์นสไตล์นี่สวยมากๆ ค่ะ นอนชมทะเล

โรงแรมมีห้องพักแบบเรียวกัง และห้องพักแบบโมเดิร์นซึ่งห้องจะมีการรีโนเวทอยู่ ห้องพักแบบตะวันตกโมเดิร์นอาจจะยังมีจำนวนน้อยควรจองล่วงหน้าสักนิดก่อนไปพักนะคะ ออนเซ็นโรงแรมนี้ก็มีแบบห้องส่วนกลางและแบบโอเพ่นแอร์ค่ะ

อาหารเช้ามีทั้งเซตแบบตะวันตกและแบบญี่ปุ่น ความจริงคือเยอะมากๆ ค่ะ แต่นี่คืออันที่เอาออกมานั่งทานรับลมนะคะเลือกเป็นชุดตะวันตกค่ะสำหรับมื้อนี้
แวะแหลมอาซูริถ่ายรูปที่ระลึกสักหน่อยค่ะ ประภาคารที่ยื่นออกไปทางใต้สุดของเกาะชิโกกุเนี่ยแหล่ะที่ทำให้คนต้องแวะมาถ่ายรูปกันหน่อย ที่นี่สามารถชมวิวได้ 270 องศาจากจุดชมวิวเลยค่ะ ทะเลสวยมากๆ จริงๆ

และอย่าพลาดแวะซื้อของฝากกันที่ Shimanto Busankan จุดขายของฝาก ผลไม้ในท้องถิ่น ซึ่งส่งตรงจากไร่ สวย เดินจากสถานี Nakamura สายรถไฟ Kuroshio ได้โดยใช้เวลา 10 นาที

ของที่แนะนำให้ซื้อก็จะเป็นผลิตภัณฑ์จากขิง ขนมต่างๆ ที่ทำจากขิง ลองซื้อของแปลกเป็นช็อกโกแลตขิงดูค่ะ อร่อยมากๆ เผ็ดสะใจดี

นาเบะยากิราเมง ของขึ้นชื่อสุดๆ ของเมืองเลยค่ะ เส้นดี เด้งมากๆ อันนี้ต้องลองให้ได้นะคะ
ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลาคะซึโอะ โดยเฉพาะผงโรยข้าว

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับการทำความรู้จักกับจังหวัดโคจิ ที่เที่ยวในแบบที่หลายๆ คนไม่เคยเห็นว่าญี่ปุ่นก็มีแบบนี้ด้วยเหรอก็สามารถมาเปิดประสบการณ์ได้ที่นี่กันนะคะไว้พบกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ

Leave a comment